SIMMPRO Maintenance E-learning Center

ผมจำได้ว่า เมื่อซัก 10 กว่าปีก่อน ในช่วงที่ TPM กำลังเริ่มเป็นที่แพร่หลายในหมู่โรงงานอุตสาหกรรมของไทย มีทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่ง ที่กล่าวถึง ความสามารถของวิศวกรโรงงาน ที่ดูจะมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีข้อถกเถียงในหมู่วิศวกรด้วยกันว่า ทฤษฎีนั้น มันถูกต้องหรือเหมาะสมจริงๆกับโรงงานอุตสาหกรรมของไทยหรือไม่ และมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งในขณะนั้น ผู้ที่จบ วิศวกรรมศาสตร์ ก็ดูเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ถึงขนาดเกิดการประมูลแย่งตัววิศวกรเก่งๆ เพื่อมาทำงานที่โรงงานของตน 

ผมใช้เวลาติดตามดูความเปลี่ยนแปลง ของทฤษฎีดังกล่าว มาถึงจนปัจจุบัน ก็ยังเห็นความก้าวหน้าและคืบหน้าของทฤษฎีนี้ไปไม่ถึงไหน ทั้งๆที่โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีความเห็นด้วยกับทฤษฎีที่จะกล่าวถึงเป็นอย่างยิ่ง

ทฤษฎีที่พูดถึงนี้ก็คือ ทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่อง Multi Skills Engineering

Multi Skill Engineering เป็นเรื่องที่กล่าวถึง คุณสมบัติและความสามารถของวิศวกร ที่เป็นที่ต้องการหรือตรงกับความต้องการของโรงงาน โดย โรงงานมีความเห็นว่า วิศวกรที่โรงงานต้องการจะต้องประกอบไปด้วยความรู้หลายด้าน ไม่ใช่เพียงว่าเป็นวิศวกรที่จบสาขาไฟฟ้า ก็จะรู้แค่เรื่องระบบไฟฟ้า ที่เรียนจบมาเป็นสาขาเอก แต่โรงงานกลับมองว่า ผู้ที่จะทำหน้าที่วิศวกรโรงงานที่ต้องการนั้น ควรจะต้องมีความรู้หลายๆด้าน ทั้งไฟฟ้า เครื่องกล วิศวกรรมการผลิต วิศวกรรมอุตสาหการ รวมทั้งความรู้เฉพาะสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่โรงงานนั้นทำการผลิต ในขณะที่ วิศวกรกลับมองเห็นว่า วิศวกรควรจะมีความรู้เฉพาะด้านเพื่อที่จะได้รู้ลึกรู้จริง

ซึ่งมุมมองทั้ง 2 ลักษณะถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าสิ่งไหนถูกต้องหรือเหมาะสม คงต้องเลือกที่จะเปรียบเทียบในลักษณะขนาดของโรงงานและลักษณะผลิตภัณฑ์ที่โรงงานนั้นผลิต

มุมมองของผู้ประกอบการขนาดใหญ่/อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

        ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างเช่น โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานลักษณะนี้จะมีวิศวกรจำนวนมาก (บางทีมากกว่า Technician เสียอีก) การแบ่งแยกงานก็จะถูกแบ่งออกเป็นฝ่ายที่ชัดเจน เช่น ฝ่ายวิศวกรรมไฟฟ้า ฝ่ายวิศวกรรมเครื่องกล ฝ่ายวิศวกรรมเครื่องมือวัด และก็อีกหลายๆฝ่ายวิศวกรรม ลักษณะของวิศวกรที่เหมาะสม ควรเป็นวิศวกรที่มีความรู้เฉพาะด้าน การวัดความสามารถในการทำงานก็จะวัดกันที่ ใครมีความชำนาญเฉพาะด้านมากกว่ากัน การเรียนรู้และประสพการณ์การทำงานจะเป็นการวัดว่าใครเก๋ากว่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากที่ วิศวกร ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะมีคุณลักษณะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

มุมมองของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง/ขนาดเล็ก

      ในลักษณะของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง SML และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก SME กลับมีความต้องการคุณสมบัติของวิศวกรที่จะเข้ามาทำงานในโรงงานของตนเองในอีกลักษณะ คือ วิศวกรโรงงานควรเป็นผู้ที่มีความรู้หลายๆด้านในตัวของวิศวกรเพียงคนเดียว ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ตำแหน่งวิศวกรในโรงงานขนาดกลาง/เล็ก มีจำนวนจำกัด หรือแปลว่ามีน้อยนั่นเอง ดังนั้น การที่วิศวกร 1 คน จะต้องดูแลเรื่องระบบงานซ่อมบำรุงของทั้งโรงงาน ตั่งแต่ ก่อสร้างห้องน้ำ ไปจนถึง การออกแบบโรงงานใหม่ (อ่า…คือแบบว่า ตั่งแต่ ไม้จิ้มฟัน ยัน เรื่อรบ)  จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายกับอาชีพวิศวกรเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งการวัดค่าความเก๋า หรือ การเติบโตในหน้าที่การงาน จึงไม่ได้เป็นในแบบลักษณะของโรงงานขนาดใหญ่ที่จะวัดในด้านความเชี่ยวชาญ แต่จะวัดในลักษณะการรอบรู้ ว่าใครรู้เรื่องต่างๆมากกว่ากัน หรือมีคุณลักษณะของ Multi Skills Engineering มากกว่ากันนั่นเอง

ระบบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ ในปัจจุบันสนับสนุนหรือผลิตวิศวกร ออกมาเพื่อรองรับ โรงงานขนาดใหญ่หรือรองรับอุตสาหกรรมขนาดกลาง/เล็ก กันแน่….อันนี้ไม่ขอตอบเพราะคงทราบกันดี…….

Multi Skills Engineering เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ผมได้เวียนวนดู website ของต่างประเทศ มีอยู่จำนวนมากที่เป็นการส่งเสริม Multi Skills Engineering อย่าง www.plantservices.com หรืออีกหลายๆ website ในขณะที่ของไทยเรา กลับพบจำนวนน้อยมากหรือมีก็จะอยู่กลับกลุ่มนักศึกษาเสียเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ web ของกลุ่มวิศวกรก็จะเป็นแบบกลุ่มเฉพาะ เช่น ของกลุ่มวิศวกรไฟฟ้า กลุ่มวิศวกรเครื่องกล

ทำไมเราถึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Multi Skills Engineering ? เป็นคำถามที่ผมให้ความสนใจค้นหาคำตอบมาโดยตลอด แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าจะได้คำตอบหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญคือการเริ่มลงมือทำ พวกเราได้ร่วมกันสร้าง Maintenance E-learning Center เพื่อเป็นศูนย์รวมของข้อมูลในการเรียนรู้ Multi Skills Engineering ซึ่งความคืบหน้าจะได้มาเขียนลงใน Blog ในตอนต่อๆไป..

ถ้าคุณจบวิศวกรรมไฟฟ้า…..

“ลูกพี่ครับ..เพลาทำไมมันสึกข้างเดียว…แล้วจะเปลี่ยนลูกปืนเป็นลูกปืนสวมเพลาแบบไหนดีครับ…” คุณจะตอบว่า…?

ถ้าคุณจบวิศวกรรมเครื่องกล……

“ลูกพี่ครับ…ผมเอาไขควงเช็คไฟที่สายดิน…ทำไมไฟมันขึ้นล่ะครับ…แล้วผมจะแก้ไขไงครับพี่…” คุณจะตอบว่า….?

กิตติภพ พรณะศรี

29/10/52